top of page

แค่เปลี่ยนจากนักรับ (เงินเดือน) มาเป็นนักผลิต (รายได้) คุณอาจทำงานน้อยลงครึ่งหนึ่ง แต่มีรายได้เพิ่มข

  • Aug 8, 2015
  • 2 min read

อัษฎา ผู้บริหารระดับกลางในบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์วัยสี่สิบสอง เคยฝากชีวิตไว้กับรายได้เดียวเหมือนคนอื่นๆ โบนัสกับเงินเดือนขึ้นตอนสิ้นปีเคยมีความหมายกับความรู้สึกเขาอย่างมาก

จนวันหนึ่งอัษฎาสุดทน ลุกขึ้นมาหาวิธีรับมือกับความวิตกกังวลและการฝากชีวิตไว้ในมือคนอื่น

เขาตัดสินใจเปลี่ยนระบบวิธีคิดใหม่ นับแต่นี้ต่อไปเขาจะเลิกเป็น “ฝ่ายรับ” เสียที แค่เปลี่ยนวิธีคิดแค่นี้ ชีวิตการเงินลุ่มๆ ดอนๆ ของเขาก็เปลี่ยน

จากที่ต้องหมกมุ่นครุ่นคิดหาวิธีเอาใจเจ้านายเพื่อให้ได้เงินเดือนขึ้นปีละหนึ่งครั้ง เคยต้องนั่งเครียดกับรายจ่ายที่ประหยัดแค่ไหนก็เฉียดรายรับเสมอ เคยใช้เวลาสุดสัปดาห์นั่งพร่ำเพ้อว่าเหตุใดตัวเองจึงไม่รวยอย่างเพื่อนๆ

อัษฎาตัดสินใจเอาเวลาที่เคยผลาญเผาเปล่าเปลืองทั้งหมดนี้ ไปผลักดันตัวเองให้เริ่มผลิตรายได้แหล่งที่สอง สาม สี่ เพิ่มขึ้นแทน

บางรายได้อาจต้องลงแรงครั้งใหญ่ในช่วงแรกบ้าง แต่สุดท้ายมันก็สร้างความอุ่นใจ ว่านับแต่นี้ไป เขาไม่มีแค่ตะกร้าไข่ใบใหญ่แค่ใบเดียวอีกแล้ว!

พอเสียทีการตั้งตารอความเมตตาจากนายจ้าง ต่อให้ปีนี้ไม่มีโบนัส เรื่องโมโหฮึดฮัดก็จะไม่เกิดขึ้นอีก นับจากวันนี้ไป เขานี่แหละจะ “ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง” ทุกวันนี้ขณะที่ “รายได้ที่หนึ่ง” ยังไหลเข้าเอทีเอ็มเดือนละครั้ง อัษฎายังมี “รายได้ที่สอง” ไหลเข้ามานานๆ ครั้งจากการลงทุน “รายได้ที่สาม” จากโฆษณาในเว็บไซต์รายการทีวีออนไลน์ที่เขาสร้างขึ้น และ “รายได้ที่สี่” จากการขาย e-Book เรื่อง “สร้างรายการทีวีของคุณเอง” ในเว็บที่ว่า

รายได้ทั้งหมดนั่น แม้ว่ามันจะไม่มากมายจนทำให้กลายเป็นเศรษฐี แต่ก็ช่วยให้ความรู้สึกดีขึ้นมากๆ แค่รายได้ที่สอง สาม สี่ ของเขา “ไหลเข้า” ทีละนิดแบบน้ำซึมบ่อทราย ความเครียดที่เคยรุมเร้าก็หาย จิตใจสบายขึ้นจนบอกไม่ถูก

มิหนำซ้ำ ประตูรายได้สำรองของเขาไม่เคยปิด มันไม่ยอมหยุดวันเสาร์อาทิตย์ ยังตั้งหน้าผลิตเงินให้อัษฎาแบบยี่สิบสี่ชั่วโมง

ถึงตอนนึ้คุณคงรู้แล้วว่า เราไม่ได้กำลังพูดถึงการ “หารายได้พิเศษ” ทั่วๆ ไป อย่างการสมัครเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในร้านแมคโดนัลด์ จริงอยู่นั่นคือ “รายได้ที่สอง” ใช่แน่ แต่มันก็ยังคงเป็นแค่การถอนเงินจาก “เครื่องผลิตเงิน” ของคนอื่น เหมือนคุณเดินอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้าที่ไม่ใช่ของคุณ เขากดปิดสวิทช์เมื่อไหร่ คุณก็ ตกลู่ลงมาแอ้งแม้งได้เมื่อนั้น

ในหนังสือ “Multiple Streams of Income” โรเบิร์ต อัลเลน บอกว่าเมื่อเขาพูดถึง “รายได้หลายที่มา” นั้น เขาหมายความว่า รายได้ที่ว่านั้นคือรายได้ประเภทอื่นที่ไม่ใช่การทำงานโดยใช้แรงงานล้วนๆ แลกค่าจ้างแบบที่ทำกันอยู่แล้ว เจ้าพ่อลัทธิ “รายได้หลายที่มา” ยืนยันว่า มันไม่ควรหมายความแค่การ “แบกสองจ็อบ” “ควงสองกะ” หรือ “ฟันโอที” เขารู้ดีว่าแค่งานที่ทำอยู่ทุกวันคุณก็หลังแอ้ และการแอบ “รับฝิ่น” อาจไม่ใช่จริยธรรมของลูกจ้างมืออาชีพอย่างคุณ

ดังนั้นรายได้ที่ว่านี้ น่าจะมีลักษณะ “ไหลมาเรื่อย” คือมีความสามารถที่จะสร้างตัวมันเองออกมา และทำเช่นนั้นได้เองอย่างต่อเนื่อง

โรเบิร์ต อัลเลน แนะนำว่า ก่อนที่คุณจะเลือกสร้างรายได้เข้ากระเป๋าเงินใบใหม่ ให้ถามตัวเองว่า “รายได้ที่ว่านั้น คุณได้รับมันบ่อยครั้งแค่ไหน” ถ้าคุณตอบว่า “เดือนละครั้ง” “วันละครั้ง” “เมื่องานเสร็จ” แปลว่านั่นคือรายได้รายครั้ง คุณได้รับเงินต่อชั่วโมงการทำงานตามที่ตกลงไว้ ซึ่งถ้าคุณไม่ทำตามข้อตกลงเมื่อใด เขาก็ไม่จ่ายเงินให้คุณ แต่รายได้ไหลมาเรื่อย มักเกิดขึ้นหลังจากคุณลงมือทำอะไรบางอย่าง โดยใช้เวลาและแรงงานในตอนเริ่มต้น จากนั้นสิ่งที่คุณทำก็จะ “ผลิตรายได้” ให้คุณต่อไปด้วยตัวมันเอง

แปลว่าคุณสามารถสร้างรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ จากการลงมือทำงานครั้งเดียว บางครั้งอาจจะให้ผลตอบแทนคุณซ้ำๆ เป็นร้อยครั้งตลอดชีวิตของคุณ ยกตัวอย่างตัวโรเบิร์ตเอง เขาลงมือเขียนหนังสือเล่มหนึ่งในปี 1980 ชื่อเรื่อง “Nothing Down : How to Buy Real Estate with Little or No Money Down” โดยใช้เวลาเขียนงานชิ้นนี้ 1,000 ขั่วโมง ในช่วงขณะที่เขียนหนังสือเล่มนั้น โรเบิร์ตยอมรับว่ามีรายได้จากมันน้อยมาก ขนาดเด็กหนุ่มที่รับจ้างขายแฮมเบอร์เกอร์ในร้านแมคโดนัลด์ ยังทำงานได้ค่าแรงรวมกันมากกว่าเขาเสียอีก

เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากเขียนเสร็จแล้ว ยังต้องผ่านกระบวนการแก้ไขและจัดพิมพ์ ถ้านับเวลาตั้งแต่วันแรกที่ทำงานจนถึงวันแรกที่ได้เงิน ก็ยาวนานถึงสองปีเต็มๆ แต่มันเป็นสองปีเต็มที่คุ้มค่าสุดๆ เพราะหนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือขายดี โรเบิร์ตไม่เพียงทำรายได้กลับคืนคุ้มทั้งเวลาและแรงงานที่เสียไปในเบื้องแรก แต่เขายังได้ผลตอบแทนจากมัน จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลาถึง 30 ปีแล้ว! หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่ “ผลิตเงิน” ให้เขาอย่างซื่อสัตย์ สร้างรายได้ให้เขาอย่างสม่ำเสมอมาเป็นเวลาสามทศวรรษ โดยที่เขาไม่ต้องลงมือทำอะไรเพิ่มอีกเลย

ในระยะยาว โรเบิร์ต อัลเลน ได้รับเช็คค่าลิขสิทธิ์หนังสือเล่มเดียวนี้ รวมกันแล้วหลายล้านดอลล่าร์ มากกว่าทำงานรับจ้างในร้านแมคโดนัลด์หลายร้อยเท่า!

หลายปีที่ผ่านมา คุณอาจเคยนึกอิจฉาคนที่มีเงินเดือนสูงๆ มีรายได้เดือนละหลายหลัก มีสถานภาพที่ภูมิฐานในสังคม เป็นที่นิยมนับหน้าถือตา พวกนี้เคยจัดว่าเป็น “คนรวย” สำหรับคุณ วันนี้ขอให้ลองมองพวกเขาผ่านแว่นแห่งความจริงอันใหม่ สิ่งที่คุณเห็นอยู่อาจเปลี่ยนไปก็ได้ รายได้ของพวกเขาอาจสูงลิบ แต่มีเพดานจำกัด ไม่ว่าจะขยันแค่ไหน หมอก็ตรวจร่างกายคนไข้ได้ทีละคน รายได้ของวิศวกรได้มาแบบครั้งต่อครั้ง เดือนต่อเดือน งานต่องาน และไม่มีวันที่มันจะทำการผลิตรายได้ซ้ำให้พวกเขาอีก

พวกเขาไม่อาจแบ่งตัวเองเป็นสองคนเพื่อปรากฏตัวในที่ทำงานสองที่ เขาปรากฏตัวได้ในที่ทำงานครั้งละหนึ่งที่เท่านั้น รายได้ของเขามาจากการรับจ้าง เลิกทำเมื่อใดก็จบสิ้นการจ่าย ผู้บริหารระดับสูงก็เช่นกัน ดูเผินๆ เหมือนพวกเขาร่ำรวย แต่พวกเขาร่ำรวยอยู่บนลู่วิ่งของคนอื่น ถ้าเจ้าของลู่เซ็งจิต ลุกขึ้นมาปิดสวิทช์กระทันหัน พวกเขาก็ชะงักงันเดินต่อไม่ได้

คุณคงเคยเห็นมาบ้างแล้ว ใครสักคนที่เงินเดือนหลายแสน ถูกเลย์ออฟจากงานแบบไม่มีแผนรองรับ ถึงเวลาที่คุณควรจะลุกขึ้นมา “ยึดอำนาจ” เหนือชะตากรรมการเงินของคุณให้ได้ ด้วยการสร้างรายได้หลายกระแสให้ตัวคุณเองตั้งแต่วันนี้

อย่าห่วง คุณยังคงทำงานที่คุณทำต่อไปได้ แต่เพื่อความปลอดภัย คุณควรค่อยๆ เพิ่มแหล่งรายได้ของคุณสักปีละกระแสหรือสองกระแสเพื่อลดความเสี่ยง สำหรับคนที่มีงานประจำทำอยู่แล้ว เทคนิคเพิ่มกระแสรายได้ง่ายสุดๆ โดยไม่ต้องลาออกจากงานคือให้มองที่ตัวงานที่คุณทำอยู่ ว่ามีอะไรที่คุณสามารถนำมาสร้างรายได้เพิ่มได้

วิธีแรก ลองนึกถึงการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ที่สามารถนำเสนอพร้อมสิ่งที่คุณทำอยู่แล้วได้ เช่น บริการดูแลรักษารายเดือน ชุดสำหรับใช้งานด้วยตัวเอง ผลิตภัณฑ์สำหรับนำไปใช้ที่บ้าน วิธีที่สอง ลองนึกถึงการนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ เคล็ดลับ เทคนิค ข่าวสาร มาสร้างเป็นสินค้าใหม่ เช่น หนังสือ ดีวีดี เทปเสียง และวิธีที่สาม ลองนึกถึงการนำมาทำใหม่ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อขายทางอินเตอร์เน็ต เช่น คู่มือออนไลน์ คอร์สออนไลน์ e-Book

หลักการคือ “ไม่ว่าคุณจะมีอาชีพอะไร คุณมีศักยภาพหรือความเชี่ยวชาญที่จะผันมาผลิตรายได้เพิ่มทั้งสิ้น” สำคัญคือ คุณต้องลุกขึ้นมาคิดแบบจริงจังและขบมันให้แตก

เจฟฟ์ โคเฮน ยกตัวอย่างการสร้างกระเป๋า 5 ใบ เพื่อใส่เงินรายได้ 5 กระแสของเขา งานที่ปรึกษา เขียนบทความ วิทยากร เป็น Active Income ต้องใช้เวลาและแรงงานของเขาไปแลกมาแบบเต็มๆ เขาจึงต้องคิดค้นหาวิธีดัดแปลงงานทั้งสามนี้ให้เกิดสินค้าใหม่ ที่สามารถทำเงินต่อไปได้โดยไม่ต้องอาศัยตัวเขาอีก การขบคิดนำเขาไปสู่

-การเขียนหนังสือเพื่อให้มีรายได้ต่อเนื่องจากค่าลิขสิทธิ์ - การนำหนังสือที่เขียนมาทำเป็น e-Book ขายในเว็บไซต์

- การผลิตซีดีและสร้างคอร์สสัมมนาออนไลน์

- การนำบ้านที่ซื้อเงินผ่อนมาสร้างรายได้จากการแบ่งให้เช่า ทั้งหมดนี้เจฟฟ์บอกว่า รายได้ที่ทำเงินให้เขามากที่สุดคือ งานที่ปรึกษาและงานเขียนบทความ ส่วนที่เหลือนั้นเป็นรายได้แบบน้ำซึมบ่อทรายทั้งสิ้น

ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้วิธีเพิ่มรายได้กี่วิธี นี่คือหลักการเบื้องต้นที่สำคัญ

• เริ่มสร้างแหล่งรายได้ทีละแหล่งในแต่ละครั้ง ควรให้ความใส่ใจในการก่อร่างสร้างต้นธารอย่างจริงจังในช่วงเริ่มแรก พุ่งความสนใจไปที่อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน จนเมื่อมันเริ่มเป็นรูปร่างแล้ว ค่อยขยับไปให้ความสนใจอีกอย่างหนึ่ง • ถ้าแหล่งรายได้แต่ละแหล่งสามารถเชื่อมโยงกันได้ก็จะดีมาก เพราะจะทำให้การเริ่มต้นของคุณง่ายขึ้น เช่น ขณะที่คุณเปิดเว็บไซต์ขายอุปกรณ์เย็บปักถักร้อย คุณก็ลงมือเขียน e-Book คู่มือเย็บปักถักร้อยวางขายไปด้วย จากนั้นก็เริ่มเปิดเวิร์คช็อปออนไลน์เป็นแหล่งรายได้ที่สาม • ใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ เราโชคดีที่ก้าวเข้ามาสู่ยุคที่เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในทุกทาง ยิ่งนับวันคุณก็ยิ่งมีทางเลือกในการสร้างรายได้ให้ตัวเองมากขึ้นและง่ายขึ้น ที่สำคัญอินเตอร์เน็ตช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนให้คุณอย่างวิเศษ • ทำให้แหล่งรายได้ของคุณมีความเป็นอัตโนมัติ ยิ่งถ้ามันสามารถทำงานสร้างเงินด้วยตัวมันเองมากเท่าใด งานของคุณในแต่ละวันก็จะง่ายขึ้นเท่านั้น

 
 
 

Comments


Featured Posts
Recent Posts
Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Classic
  • Twitter Classic
  • Google Classic

© 2014 by Blissiness Book House -Proudly created with Wix.com

bottom of page